บันทึกอนุทินครั้งที่ 9
วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2561
เวลา 08 : 30 - 11 : 30 น.
👦ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด👦
วันนี้เรียนรวมกับเพื่อนเซก 1
เนื่องจากยังนำเสนองานในเรื่องของการศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศ ไม่ครบทุกกลุ่ม
สัปดาห์นี้จึงต้องนำเสนอต่อให้จบ เมื่อแต่ละกลุ่มนำเสนอจบ
การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ
การจัดและการบริหารโครงการการศึกษาปฐมวัย
ประเทศอังกฤษมีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี มี 2
หน่วยงาน คือ กรมการศึกษาและวิทยาศาสตร์
และกรมอนามัยและสวัสดิการสังคม กรมการศึกษาฯ จะบริหารโรงเรียนบริบาล
และการเรียนสำคัญสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี ในขณะที่กรมอนามัยฯ
จะดูแลสถานบริบาลกลางวัน สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี
ในลักษณะการให้การเลี้ยงดูเป็นส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษครูใหญ่จะมีอิสระ
และอำนาจในการบริหารโรงเรียนของตนมากกว่าครูใหญ่ในประเทศอื่น ๆ
นโยบายการศึกษาของประเทศ
การจัดการการศึกษาที่หลากหลาย และเปิดกว้างในทุกสาขา
โรงเรียนบริบาลเปิดรับเด็กตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไป
แต่ที่มาสมัครจริงมีเพียงเด็กไม่กี่คนที่อายุต่ำกว่า 3 ปี
แต่ข้อจำกัดเกี่ยวกับงบประมาณและการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
ทำให้เด็กเข้าโรงเรียนเมื่ออายุ 5 ปี จำนวนสูงสุดที่จะรับในชั้นบริบาลคือ 30 คน
จำนวนสูงสุดของชั้นเด็กวัยแรก คือ 40 คน ในโรงเรียนบริบาลอัตราส่วนครูต่อเด็กคือ 1
: 13 และครูเหล่านี้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม
แม้ว่าในบรรดาคณะทำงานอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเป็นพยาบาลที่มีคุณวุฒิอยู่แล้วก็ตาม
ประเภทของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
- โรงเรียนบริบาลจะเน้นหนักไปในทางกิจกรรมการเล่น
- ครูจะต้องเป็นผู้นำของเด็กในการเล่นในร่มและกลางแจ้ง
โดยใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างหลากหลาย
- กิจกรรมที่จัดต้องคำนึงถึงความต้องการทางสังคม
ทางอารมณ์ และนำไปสู่การพัฒนาสติปัญญาด้วย
- จะไม่มีการสอนเป็นเรื่องเป็นราว เด็ก ๆ
จะได้สนุกสนานกับการฟังนิทาน ดนตรี โคลงกลอน และเล่นตามธรรมชาติ
เด็กจะเล่นตามใจชอบ
โรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรก
-จะเน้นโดยตรงเกี่ยวกับพัฒนาการทั่ว ๆ ไปของเด็ก
โดยพิจารณาความต้องการของเด็ก
และพยายามช่วยให้เด็กแต่ละคนได้เจริญพัฒนาไปทุกด้านตามศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่ให้เด็กได้ทดลองกับวัตถุต่าง
ๆ เช่น ทราย น้ำ ดินน้ำมัน สี แท่งไม้ ฟังนิทาน ฟังดนตรีที่ชอบ
-พยายามทำให้เด็ก ๆ รู้ว่าหนังสือคือ
แหล่งที่จะค้นคว้าหาความรู้และความเพลิดเพลิน
-ให้เด็กมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับคณิตศาสตร์พื้นฐาน
-ส่งเสริมให้เด็กใช้ภาษาในการแสดงออกทั้งการพูด และการเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว
การศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
ในสหรัฐอเมริกามีสถานเลี้ยงเด็กตั้งมากว่า 100 ปีแล้ว
ดำเนินการโดยกลุ่มเอกชนต่าง ๆ รัฐบาลมีส่วนเข้ามาสนับสนุนและรับผิดชอบตั้งแต่
ค.ศ.1850 โดยตั้งเป็นสถาบันที่ให้สวัสดิการสังคมให้มีความช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับแม่ที่ต้องทำงานจนกว่าจะสามารถเลิกทำงานนอกบ้าน
และกลับไปเลี้ยงดูลูกของตนเองได้
ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวันนี้นับว่าเป็นการแก้ปัญหาการเลี้ยงดูบุตรชั่วคราวได้อย่างดี
แต่เป็นการแก้ปัญหาในการเกิดสงคามและผู้หญิงต้องออกทำงานนอกบ้านแทนผู้ชาย
เมื่อสงครามยุติศูนย์เหล่านี้ก็สลายตัวไป ในปี ค.ศ.1973
ปรัชญา
ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยของอเมริกานั้น ได้รวมเอาทฤษฎีของ เพียเจต์
ดิวอี้
และระบบของโรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรกของอังกฤษเข้าไว้ด้วยกันทั้งหลักพัฒนาการทางสติปัญญา
และพัฒนาการของจริยธรรมของเพียเจต์ได้นำมาปรับใช้ เช่นเดียวกับปรัชญาของดิวอี้
เกี่ยวกับจังหวะตามธรรมชาติและพลังของวุฒิภาวะของเด็ก
ในโปรแกรมการเรียนของเด็กแต่ละวันจะมีช่วงเวลานานพอเพียงสำหรับให้เด็กได้มีโอกาสไปสังเกตหรือศึกษาสิ่งที่ตนสนใจได้ กิจกรรมพลศึกษา และการเคลื่อนไหวต่าง ๆ
เป็นส่วนสำคัญในโปรแกรมนี้ วิธีการให้เด็กเรียนรู้จะใช้เกณฑ์และการคาดคะเนต่าง ๆ
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
การช่วยสนับสนุนพัฒนาการของเด็กทั้งในด้านอารมณ์ สังคม สติปัญญา
และร่างกาย เน้นในการส่งเสริมให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสม
กระตุ้นให้เกิดมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น พัฒนาและเรียนรู้ที่จะเคารพตนเองและผู้อื่น
และรู้จักควบคุมตนเอง การพัฒนาเด็กทุกด้านคือวัตถุประสงค์ที่สำคัญ
การจัดและบริหารโปรแกรมการศึกษาปฐมวัย
ในปี ค.ศ.1960 สถานเลี้ยงเด็กของรัฐมีวัตถุประสงค์ คือ
เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้า ต่อมาในปี ค.ศ.1962 พระราชบัญญัติประกันสังคม
ได้อนุมัติให้การสนับสนุนทางด้านการเงินแก่สถานเลี้ยงเด็กเหล่านี้
รัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนในระยะยาวและมีหน่วยงานถึง 12
หน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องในการจัดสถานเลี้ยงเด็ก
แต่ก็มีผลทำให้การปฏิบัติซับซ้อนและเสียเวลามาก
✔ การประเมินผล
✅ ประเมินตนเอง
วันนี้ฉันรู้สึกสนุก
และมีความสุขกับการที่ได้นั่งฟังกลุ่มเพื่อนๆนำเสนอ
และสนุกกับการได้ถามคำถามกลุ่มเพื่อนๆที่ออกไปนำเสนอ
✅ ประเมินอาจารย์
วันนี้อาจารย์ใจดี
ให้ดาวกับคนที่ถามคำถามกลุ่มเพื่อนที่ออกไปนำเสนอด้วย และอาจารย์ให้คำแนะนำ
และพูดเสริมในเรื่องที่เพื่อนนำเสนอได้ดี และเข้าใจด้วย
✅ ประเมินเพื่อน
วันนี้เพื่อนๆดูมีความสุข และสนุกกับการออกไปนำเสนอ
และการถามตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอ
สำหรับวันนี้เพื่อนๆทุกคนมีส่วนร่วมกันดีมาก
ปรัชญา
ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยของอเมริกานั้น ได้รวมเอาทฤษฎีของ เพียเจต์
ดิวอี้
และระบบของโรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรกของอังกฤษเข้าไว้ด้วยกันทั้งหลักพัฒนาการทางสติปัญญา
และพัฒนาการของจริยธรรมของเพียเจต์ได้นำมาปรับใช้ เช่นเดียวกับปรัชญาของดิวอี้
เกี่ยวกับจังหวะตามธรรมชาติและพลังของวุฒิภาวะของเด็ก
ในโปรแกรมการเรียนของเด็กแต่ละวันจะมีช่วงเวลานานพอเพียงสำหรับให้เด็กได้มีโอกาสไปสังเกตหรือศึกษาสิ่งที่ตนสนใจได้ กิจกรรมพลศึกษา และการเคลื่อนไหวต่าง ๆ
เป็นส่วนสำคัญในโปรแกรมนี้ วิธีการให้เด็กเรียนรู้จะใช้เกณฑ์และการคาดคะเนต่าง ๆ
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
การช่วยสนับสนุนพัฒนาการของเด็กทั้งในด้านอารมณ์ สังคม สติปัญญา
และร่างกาย เน้นในการส่งเสริมให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสม
กระตุ้นให้เกิดมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น พัฒนาและเรียนรู้ที่จะเคารพตนเองและผู้อื่น
และรู้จักควบคุมตนเอง การพัฒนาเด็กทุกด้านคือวัตถุประสงค์ที่สำคัญ
การจัดและบริหารโปรแกรมการศึกษาปฐมวัย
ในปี ค.ศ.1960 สถานเลี้ยงเด็กของรัฐมีวัตถุประสงค์ คือ
เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้า ต่อมาในปี ค.ศ.1962 พระราชบัญญัติประกันสังคม
ได้อนุมัติให้การสนับสนุนทางด้านการเงินแก่สถานเลี้ยงเด็กเหล่านี้
รัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนในระยะยาวและมีหน่วยงานถึง 12
หน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องในการจัดสถานเลี้ยงเด็ก
แต่ก็มีผลทำให้การปฏิบัติซับซ้อนและเสียเวลามาก
✔ การประเมินผล




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น