วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9


บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2561

เวลา 08 : 30 - 11 : 30 น.

👦ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด👦


        วันนี้เรียนรวมกับเพื่อนเซก 1 เนื่องจากยังนำเสนองานในเรื่องของการศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศ ไม่ครบทุกกลุ่ม สัปดาห์นี้จึงต้องนำเสนอต่อให้จบ เมื่อแต่ละกลุ่มนำเสนอจบ 


การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ

       การจัดและการบริหารโครงการการศึกษาปฐมวัย  ประเทศอังกฤษมีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี มี 2 หน่วยงาน   คือ กรมการศึกษาและวิทยาศาสตร์ และกรมอนามัยและสวัสดิการสังคม กรมการศึกษาฯ จะบริหารโรงเรียนบริบาล และการเรียนสำคัญสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี ในขณะที่กรมอนามัยฯ จะดูแลสถานบริบาลกลางวัน สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี ในลักษณะการให้การเลี้ยงดูเป็นส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษครูใหญ่จะมีอิสระ และอำนาจในการบริหารโรงเรียนของตนมากกว่าครูใหญ่ในประเทศอื่น ๆ



นโยบายการศึกษาของประเทศ

       การจัดการการศึกษาที่หลากหลาย และเปิดกว้างในทุกสาขา โรงเรียนบริบาลเปิดรับเด็กตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไป แต่ที่มาสมัครจริงมีเพียงเด็กไม่กี่คนที่อายุต่ำกว่า 3 ปี แต่ข้อจำกัดเกี่ยวกับงบประมาณและการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทำให้เด็กเข้าโรงเรียนเมื่ออายุ 5 ปี จำนวนสูงสุดที่จะรับในชั้นบริบาลคือ 30 คน จำนวนสูงสุดของชั้นเด็กวัยแรก คือ 40 คน ในโรงเรียนบริบาลอัตราส่วนครูต่อเด็กคือ 1 : 13 และครูเหล่านี้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม แม้ว่าในบรรดาคณะทำงานอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเป็นพยาบาลที่มีคุณวุฒิอยู่แล้วก็ตาม

ประเภทของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

       - โรงเรียนบริบาลจะเน้นหนักไปในทางกิจกรรมการเล่น
       - ครูจะต้องเป็นผู้นำของเด็กในการเล่นในร่มและกลางแจ้ง โดยใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างหลากหลาย
       - กิจกรรมที่จัดต้องคำนึงถึงความต้องการทางสังคม ทางอารมณ์ และนำไปสู่การพัฒนาสติปัญญาด้วย
       - จะไม่มีการสอนเป็นเรื่องเป็นราว เด็ก ๆ จะได้สนุกสนานกับการฟังนิทาน ดนตรี โคลงกลอน และเล่นตามธรรมชาติ เด็กจะเล่นตามใจชอบ

โรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรก


-จะเน้นโดยตรงเกี่ยวกับพัฒนาการทั่ว ๆ ไปของเด็ก โดยพิจารณาความต้องการของเด็ก และพยายามช่วยให้เด็กแต่ละคนได้เจริญพัฒนาไปทุกด้านตามศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่ให้เด็กได้ทดลองกับวัตถุต่าง ๆ เช่น ทราย น้ำ ดินน้ำมัน สี แท่งไม้ ฟังนิทาน ฟังดนตรีที่ชอบ

-พยายามทำให้เด็ก ๆ รู้ว่าหนังสือคือ แหล่งที่จะค้นคว้าหาความรู้และความเพลิดเพลิน

-ให้เด็กมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับคณิตศาสตร์พื้นฐาน
-ส่งเสริมให้เด็กใช้ภาษาในการแสดงออกทั้งการพูด และการเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว

การศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา

       ในสหรัฐอเมริกามีสถานเลี้ยงเด็กตั้งมากว่า 100 ปีแล้ว ดำเนินการโดยกลุ่มเอกชนต่าง ๆ รัฐบาลมีส่วนเข้ามาสนับสนุนและรับผิดชอบตั้งแต่ ค.ศ.1850 โดยตั้งเป็นสถาบันที่ให้สวัสดิการสังคมให้มีความช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับแม่ที่ต้องทำงานจนกว่าจะสามารถเลิกทำงานนอกบ้าน และกลับไปเลี้ยงดูลูกของตนเองได้ ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวันนี้นับว่าเป็นการแก้ปัญหาการเลี้ยงดูบุตรชั่วคราวได้อย่างดี แต่เป็นการแก้ปัญหาในการเกิดสงคามและผู้หญิงต้องออกทำงานนอกบ้านแทนผู้ชาย เมื่อสงครามยุติศูนย์เหล่านี้ก็สลายตัวไป ในปี ค.ศ.1973




ปรัชญา

       ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยของอเมริกานั้น ได้รวมเอาทฤษฎีของ เพียเจต์ ดิวอี้ และระบบของโรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรกของอังกฤษเข้าไว้ด้วยกันทั้งหลักพัฒนาการทางสติปัญญา และพัฒนาการของจริยธรรมของเพียเจต์ได้นำมาปรับใช้ เช่นเดียวกับปรัชญาของดิวอี้ เกี่ยวกับจังหวะตามธรรมชาติและพลังของวุฒิภาวะของเด็ก ในโปรแกรมการเรียนของเด็กแต่ละวันจะมีช่วงเวลานานพอเพียงสำหรับให้เด็กได้มีโอกาสไปสังเกตหรือศึกษาสิ่งที่ตนสนใจได้  กิจกรรมพลศึกษา และการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญในโปรแกรมนี้ วิธีการให้เด็กเรียนรู้จะใช้เกณฑ์และการคาดคะเนต่าง ๆ

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

       การช่วยสนับสนุนพัฒนาการของเด็กทั้งในด้านอารมณ์ สังคม สติปัญญา และร่างกาย เน้นในการส่งเสริมให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสม กระตุ้นให้เกิดมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น พัฒนาและเรียนรู้ที่จะเคารพตนเองและผู้อื่น และรู้จักควบคุมตนเอง การพัฒนาเด็กทุกด้านคือวัตถุประสงค์ที่สำคัญ

การจัดและบริหารโปรแกรมการศึกษาปฐมวัย

       ในปี ค.ศ.1960 สถานเลี้ยงเด็กของรัฐมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้า ต่อมาในปี ค.ศ.1962 พระราชบัญญัติประกันสังคม ได้อนุมัติให้การสนับสนุนทางด้านการเงินแก่สถานเลี้ยงเด็กเหล่านี้ รัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนในระยะยาวและมีหน่วยงานถึง 12 หน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องในการจัดสถานเลี้ยงเด็ก  แต่ก็มีผลทำให้การปฏิบัติซับซ้อนและเสียเวลามาก

✔ การประเมินผล

       ✅ ประเมินตนเอง

        
        วันนี้ฉันรู้สึกสนุก และมีความสุขกับการที่ได้นั่งฟังกลุ่มเพื่อนๆนำเสนอ และสนุกกับการได้ถามคำถามกลุ่มเพื่อนๆที่ออกไปนำเสนอ

       ✅ ประเมินอาจารย์

       วันนี้อาจารย์ใจดี ให้ดาวกับคนที่ถามคำถามกลุ่มเพื่อนที่ออกไปนำเสนอด้วย และอาจารย์ให้คำแนะนำ และพูดเสริมในเรื่องที่เพื่อนนำเสนอได้ดี และเข้าใจด้วย

       ✅ ประเมินเพื่อน

      วันนี้เพื่อนๆดูมีความสุข และสนุกกับการออกไปนำเสนอ และการถามตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอ สำหรับวันนี้เพื่อนๆทุกคนมีส่วนร่วมกันดีมาก



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7 1. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี ตอบ  เป็นการนำวิธีการสอนเด็กที่มีพัฒนาการทางสติปัญญาล่าช้าที่ประสบความสำเร...